วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2559

หนุ่มเซ็งตกงานยาว เลยผ่าตัดเสริมเต้า เพราะเห็นผู้หญิงมีโอกาสได้งานมากกว่า

ข่าวจีน

หนุ่มจีนสุดเซ็งหางานทำไม่ได้สักที เลยกู้เงินผ่าตัดเสริมอึ๋มให้เหมือนหญิงสาว เพราะเห็นว่าผู้หญิงมีโอกาสได้รับการจ้างงานมากกว่า โอ้ เฮียช่างบ้าดีเดือดจริง ๆ
          รายงานจากเว็บไซต์เดลี่เมลของอังกฤษ เผยว่า หนุ่มจีนรายนี้ถูกระบุชื่อแซ่เพียง “นายโห”วัย 30 ปี อาศัยอยู่ในเมืองจูโจว มณฑลหูหนานของจีน เขาเป็นคนตกงานที่พยายามหางานทำมาตลอด แต่แล้วก็ได้พบว่าตำแหน่งว่างส่วนใหญ่เปิดรับแต่ผู้หญิงทั้งนั้น ผู้หญิงมีโอกาสมีงานทำมากกว่าผู้ชายเห็น ๆ เขาก็เลยกู้เงินกว่า 39,000 หยวน (ราว 200,000 บาท) มาผ่าตัดเสริมหน้าอกหน้าใจให้เหมือนผู้หญิงมันซะเลย
           นายโหเข้ารับการศัลยกรรมเสริมอึ๋มเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยทางโรงพยาบาลเป็นผู้ทำเรื่องกู้เงินให้ การศัลยกรรมดำเนินไปด้วยดี นายโหกลายเป็นผู้ชายที่มีหน้าอกเหมือนผู้หญิง แต่แล้วยังไม่ทันที่เขาจะได้เดินหน้าทำอะไรต่อกับร่างกายของเขา ครอบครัวก็มารู้เรื่องเข้า จึงสั่งให้เขาเอาซิลิโคนที่หน้าอกออกทันที ทำให้นายโหต้องไปพบศัลยแพทย์อีกครั้งเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อเอาซิลิโคนออก และตอนนี้เขาก็ยังคงอยู่ระหว่างการพักฟื้น
ข่าวจีน
           นายโหเปิดเผยกับสื่อว่า เขาเองมีประสบการณ์ทำงานที่ไม่มากมายอะไร พยายามหางานก็ยังไม่ได้งาน แต่สังเกตว่าผู้หญิงมีโอกาสได้งานมากกว่า ตำแหน่งเยอะกว่า ก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้กลายเป็นผู้หญิง จะได้หางานทำง่ายขึ้น
           ด้านแม่ของนายโหเผยว่า เธอโมโหมากเมื่อได้เห็นลูกชายตัวดีมีหน้าอกหน้าใจเหมือนผู้หญิง มันจะเป็นอย่างนั้นเหรอ ผู้ชายจะมีหน้าอกเหมือนผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไง ฉันร้องไห้นับครั้งไม่ถ้วนกับเรื่องนี้ พร้อมกันนี้เธอยังกล่าวโทษทางโรงพยาบาลศัลยกรรมที่เสริมอึ๋มให้ลูกชายทั้งที่ครอบครัวยังไม่รู้ และไม่ได้รับการยินยอมจากครอบครัว แม้ว่าลูกชายจะอายุ 30 แล้วก็ตาม
           นอกจากนี้แม่ของนายโหยังเปิดเผยข้อมูลที่น่าจะเป็นสาเหตุของการตกงานว่า นายโหมีปัญหาเรื่องการได้ยินตั้งแต่อายุได้ 3 ขวบ นำมาซึ่งปัญหาในการพูดคุยสื่อสารกับคนอื่น
ข่าวจีน
           ตอนนี้การศัลยกรรมดังกล่าวได้สร้างปัญหาชีวิตให้กับนายโหอย่างมาก เขาบอกว่าเขาถูกโทรทวงเงินทุกวัน ขณะที่ทางโรงพยาบาลได้เผยว่านายโหอายุมากกว่า 18 ปีแล้ว เขาเซ็นสัญญาด้วยตัวเอง ฉะนั้นเขาควรต้องรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำ
           อย่างไรก็ตามล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา นายโหก็ได้ไปโรงพยาบาลเพื่อเจรจาต่อรอง และจากการเจรจาดังกล่าว ในที่สุดทางโรงพยาบาลก็ยอมระงับหนี้ทั้งหมด
ที่มา:kapook

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น