วันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม พ่อเหยื่อปัดการขอโทษ

ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม
ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม
          ตำรวจแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกาย เหตุหนุ่ม 18 ปี ถีบรถจักรยานยนต์ 2 พี่น้องล้ม พ่อโร่ขอโทษสังคม พร้อมอบรมลูกให้มากขึ้น ด้านพ่อเหยื่อไม่รับคำขอโทษ
          จากกรณีที่มีเหตุการณ์หนุ่มถูกถีบรถจักรยานยนต์จนคว่ำ จนกลายเป็นข่าวดังทั่วอินเทอร์เน็ต ต่อมาผู้ก่อเหตุได้มอบตัว ส่วนผู้เสียหายได้สอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ
 
ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม
          ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2559 เวลา 14.00 น. ด้านนายณัฐสุวัชร์ บุญจันทร์ หรือนายเอ็มผู้ก่อเหตุ อายุ 18 ปี พร้อมด้วยบิดา ได้เดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับทำการไกล่เกลี่ยกับฝ่ายผู้เสียหาย โดยผู้ก่อเหตุมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่รู้สึกใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมกันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังได้เก็บตัวอย่างปัสสาวะของผู้ก่อเหตุไปตรวจหาสารเสพติดอีกด้วย แต่ผลก็ปรากฎว่าไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด
          ขณะเดียวกัน ทางผู้ต้องหายังได้ทำการขอโทษบิดาของผู้เสียหาย ซึ่งทางบิดามีทีท่าไม่ยอม ลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ก็ไม่เกิดอะไรขึ้น
ตำรวจแจ้งข้อหาโจ๋วัย 18 ถีบรถจักรยานยนต์ล้ม
          โดยภายหลังการพูดคุย ทางคุณสมชาย บุญจันทร์ บิดาของผู้ต้องหา เปิดเผยว่า ตนต้องขอโทษแทนลูกด้วยที่ได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ขอโทษสังคมและตนก็จะเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากนี้ ก็น่าจะใจเย็นขึ้นมาก ตนก็จะสอนลูกให้เป็นคนดีเสมอ ส่วนตนเอง หลังทราบเรื่องก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก และจะอบรมลูกให้มากขึ้น
          โดยขณะที่เกิดเหตุ ตนก็ไม่รู้เรื่องด้วย ซึ่งทราบเรื่องจากที่มีคนมาบอก โดยสาเหตุเกิดจากลูกได้ออกไปส่งแฟนสาวที่ทำงาน แต่ได้เกิดการทะเลาะกัน และเกิดอารมณ์ให้ของลับกันตามประสาวัยรุ่น โดยยืนยัน ไม่มีการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน มีแต่การสูบบุหรี่เท่านั้น และในขณะที่เกิดเหตุ ก็ไม่มีอาการมึนเมาแต่อย่างใด
          ทั้งนี้ โดยปกติแล้ว ตนก็ทำงานค้าขายอยู่ต่างจังหวัด ส่วนลูกก็จะอยู่กับแม่ ซึ่งก็เคยมีอารมณ์ฉุนเฉียว ซึ่งที่ผ่านมา ก็เคยมีเรื่องถูกถีบรถมาก่อนช่วงอายุ 14-15 ปี แต่ก็ยอมความกันไป ส่วนเรื่องการชดใช้ค่ารักษาพยาบาล  ก็จะมีการรับผิดชอบทั้งหมด
ถีบรถจักรยานยนต์
          ด้าน พ.ต.อ. ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางเจ้าที่ตำรวจได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาในส่วนของการทำร้ายร่างกายผู้อื่นเพียงข้อหาเดียว แต่ทางผู้เสียหายจะพยายามแจ้งข้อหาพยายามฆ่านั้น ก็ต้องรอดูไปตามพยานหลักฐาน เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างจะละเอียดอ่อน ซึ่งหลังจากนี้ ก็อยู่ในช่วงการรวบรวมพยานหลักฐาน และที่สำคัญ คือใบรับรองความเห็นของแพทย์ เพราะการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายนั้น มี 2 อย่างคือ มีแบบธรรมดา และแบบสาหัส โดยหากแพทย์มีความเห็นต้องทำการรักษาเกิน 15 วัน ก็จะเป็นแบบสาหัส ซึ่งอาจจะต้องมีการแจ้งข้อหาเพิ่ม โดยเบื้องต้น ก็พยายามจะเดินหน้าให้เร็วที่สุด ซึ่งล่าสุด แพทย์ได้ลงความเห็นว่าของผู้เสียหายผู้ชายเป็นแบบแค่ 3 วัน แต่ในส่วนของผู้เสียหายผู้หญิงต้องรอความเห็นส่วนของดวงตาอีกครั้ง โดยจากที่เรียกให้มาพบกันวันนี้ เป็นการเข้ามาปรับความเข้าใจกันเท่านั้น เพราะคดีความนี้ ไม่สามารถยอมความกันได้ ขณะที่หลักฐานหลักจะเป็นในส่วนของคลิปวิดีโอที่ปรากฎ และใบรับรองจากแพทย์ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับข้อความที่โพสต์บนเฟซบุ๊ค
          ส่วนการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดของผู้ต้องหานั้น ก็ผลปรากฏว่าไม่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้ ผู้ต้องหาก็ได้ทำการขอโทษบิดามารดาของผู้เสียหาย และยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
          อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ ทางจะได้พิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวสำหรับผู้ต้องหา เนื่องจากคดียังไม่ร้ายแรง และผู้ต้องหายังมีอายุน้อย เมื่อหลักฐานครบเสร็จสิ้นแล้ว ก่อนส่งอัยการเพื่อฟ้องที่ศาลอาญาธนบุรีต่อไป ซึ่งอาจจะเป็นในวันพรุ่งนี้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น